3 ขั้นตอน เขียนหัวเรื่องให้ลูกค้าหยุดดูสินค้าคุณ

3 ขั้นตอน เขียนหัวเรื่องให้ลูกค้าหยุดดูสินค้าคุณ

 

ถ้าคุณเขียนหัวเรื่องที่ห่วย ก็เปรียบเหมือนคุณเปิดร้านค้า แต่ไม่เขียนบอกว่าร้านคุณขายอะไร ลูกค้าจะกล้าเข้ามาที่ร้านได้อย่างไร

 

คุณเชื่อไหมจากประสบการณ์การขายสินค้าบนเฟสบุคหรือว่าเว็บไซต์ของผม ส่วนที่เรียกลูกค้าเข้ามาที่ร้านของผมมากที่สุดคือ หัวข้อ รองลงมาการออกแบบกราฟฟิค ฉะนั้นถ้าคุณพบเจอร้านที่ออกแบบกราฟฟิคธรรมดา ถ่ายรูปด้วยมือถือแต่ว่าสร้างยอดขายให้กับเขาได้เป็นล้าน เพราะเขาใส่ใจหัวข้อเป็นอันดับแรก

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมเพจธรรมดาที่ไม่ได้ออกแบบสวยหรือว่าหวือหวา แต่ทำให้คนสนใจได้มาก ๆ นั่นเพราะหัวข้อของเขา โดนใจกลุ่มเป้าหมายของเขา ตีตรงอารมณ์ความต้องการของเขา  และทำให้คนที่อานมีความอยากจะรู้เข้ามาอ่านเนื่้อหาของเขานั้นเอง หลังจากนั้นคุณก็เสริมด้วยเนื้อหาดี ๆ สักตัว เท่านี้ลูกค้าของคุณก็จะไม่ไหนอย่างแน่นอน

วันนี้เราจะมาดูกันว่าเราจะมี่ขั้นตอนการเขียนหัวข้ออย่างไรให้โดนกลุ่มลุกค้าของเรา มาเริ่มกันเลย

 

1.ส่วนประกอบของหัวข้อ หรือว่าโครงสร้างนั้นเอง

การเขียนหัวจะต้องเข้าใจในการอ่านครั้งเดียวและที่สำคัญจะต้องเข้าใจได้ทันที โดยที่ไม่ต้องแปลความหมายอีกต่อไป ส่วนประกอบของหัวข้อจะต้องประกอบด้วย ใคร + ทำอะไร  + ผลเป็นอย่างไร

วิธีเขียนง่าย ๆ คือ  นาย A +  ทำนา  + ขายข้าวได้วันละ 3,000 บาท

ซึ่งแยกออกเป็นดังนี้

นาย A (ใคร) +  ทำนา (ทำอะไร) + ขายข้าวได้วันละ 3,000 บาท (ผลที่ได้)

ขอยกอีกตัวอย่างนะครับ 

แม่ค้าส้มตำ(ใคร) ถูกหวย(ทำอะไร) เลิกกับสามี (ผลที่ได้)

จริง ๆ ไม่ต้องเรียงลำดับตามนี้ก็ได้นะครับ อาจะขึ้นด้วยผลที่ได้ก่อน และลงท้ายด้วย (ใคร) ก็ได้

เช่น เกิดปัญหาครอบครัวเลิกกับสามีหลังจากแม่ค้าส้มตำถูกหวย

หลักการเขียนจะต้องง่าย ๆ และกระชับได้ใจความ แต่ว่าการเขียนแบบนี้อาจจะดึงดูดไม่เพียงพอ เราจะต้องนำปัญหาหรือว่าความกลัวของผู้ที่อ่านเข้ามาเขียนด้วย

 

2.ต้องใช้ปัญหาของลูกค้าและความกลัวเข้ามาเสริม

การที่เราจะเขียนหัวข้อโดยใช้ส่วนประกอบแบบข้อที่ 1 อย่างเดียว ก็จะขาดการดึงดูดอย่างมากๆเลย เอาง่าย ๆ คือ มันเจ้าไม่ถึงอารมณ์ของลูกค้าเลยก็ว่าได้ เพราะมันก็หัวข้อทั่ว ๆ ไป วิธีที่จะทำให้ลูกค้าสนใจหัวข้อของคุณมากขึ้นจะต้องเอาปัญหาของลูกค้าเข้ามาเขียนเสริม หรือว่าความกลัวเช้ามาได้ด้วย

ก่อนอื่นคุณจะต้องตั้งกลุ่มเป้าหมายของคุณก่อนว่าคือใคร  โดย วิธีหากลุ่มเป้าหมายอ่านได้ตามบทความนี้

สรุปคือกลุ่มเป้าหมายของผม  :  กลุ่มคนที่มีปัญหาด้านศรีษะล้านหรือว่าเส้นผม

ขั้นตอนต่อไปคือ

หาปัญหาของลูกค้า สิ่งที่ผมเจอคือ

  1. กินยาไม่หาย
  2. ผมร่วงทุกวัน
  3. ใช้แชมพูแบบไหนก็ไม่ดีขึ้น

ความกลัวของลูกค้า

  1. บุคลิกภาพเสีย
  2. ทำให้ขาดความมั่นใจ
  3. ไม่กล้าเข้าสังคม

 

เรามาเริ่มเขียนหัวข้อกัน

หัวข้อปกติ 

นาย A รักษาผมร่วง  หายแล้ว

ปัญหาของลูกค้า

ผมร่วงจากกินยาไม่หาย ตอนนี้หายแล้ว

ความกลัวของลูกค้า

มั่นใจมากกว่าเดิม ผมหายร่วง ไม่ต้องกินยา

 

3.ทำให้เข้าใจง่ายกระชับมากกว่าเดิม

การที่เขียนหัวข้อตามข้อ  1 และ ข้อ 2 ตอนนี้ก็สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากพอสมควรแล้ว แต่คุณจะเห็นว่ามันยังยาวและเข้าใจยากอยู่ สำหรับหัวข้อนี้เราจะมาปรับให้เข้าใจง่ายกว่าเดิมกันด้วยเทนคนิค

  1. ใช้ตัวเลขเข้ามาสื่อสาร คนเรานั้นจะเข้าใจการสื่อสารแบบตัวเลขมากกว่าอักษรโดยตรง จากประโยค “มั่นใจมากกว่าเดิม ผมหายร่วง ไม่ต้องกินยา”  เปลี่ยนเป็น  3 วิธีหายผมร่วง ไม่ต้องกินยาให้คุณมั่นใจกว่าเดิม
  2. เล่นความสงสัย จากตัวอย่างเดิมเปลี่ยนเป็น จริงหรือ ?? หายผมรวงได้ใน 3 วัน , 3 วิธีหายผมร่วงใน 3 วัน ชายคนนี้ทำได้อย่างไร,  ทำเพียง 3 ขั้นตอน แต่ผมหายร่วง 
  3. บอกตรง ๆ การสื่อสารที่ดีจะต้องบอกไปตรง ๆ อย่าเขียนอ้อม ๆ และระบุให้ชัดเชนไปเลย  เช่น คุณขายกี่บาท “ลดผมร่วงเพียง 99 บาท ” , หยุดผมร่วงใน 3 วัน การที่เราบอกตรง ๆ จะทำลูกค้าเข้าใจไปในทางเดียวกัน และมองเห็นภาพมากกว่า ตัวอย่างที่ควรเขียนคือ ลดผมร่วงในเวลาจำกัด คุณลองนึกภาพดูว่าคนจะสนใจตัวไหนมากกว่ากัน ระหว่างระบุไปเลยว่า 3 วัน กับจำนวนจำกัด ยกตัวอย่างการเขียนหัวข้อโปรโมชั่น ตัวอย่างที่บอกตรง ๆ “ตอนนี้เหลือ 3 ชิ้นสุดท้าย” กับ โปรจะหมดเร็ว ๆ นี้ อันไหนสื่อสารได้ตรงกว่ากัน

สรุป

การเขียนมีหลายแบบขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกเอาแบบไหน เหมาะสมกับงานแต่ละแบบ และสินค้า บางตัวใช้แค่ส่วนประกอบก็พอ ลูกค้าเข้าใจก็ Ok บางสินค้าต้องใช้ทั้งหมด

สุดท้ายนี้ขอฝากกดแชร์บทความนี้ด้วยนะครับหากเห็นว่ามีประโยชน์ และอย่าลืมกดติดตามทางเพจของผมได้นะครับ

เข้าสู่ระบบ